The victim of fantasy ch.9
posted on 03 Apr 2009 19:23 by romandrafic in The-victim-of-fantasyThe Victim Of Fantasy Ch.9
Jin & Kazuya
By: RomanDra
03/04/09
สายลมที่เคยเย็นร้อนระอุคล้ายเปลวไฟที่มองไม่เห็นถาโถมจนทั้งร่างแทบมอดไหม้ เสียงสัตว์ป่าอื้ออึงกรีดร้องหากฟังดูโหยหวนแต่เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน...ร่างเล็กสวมชุดขาวตั้งแต่หัวจรดเท้ายาวกลอมพื้น แต่บัดนี้มันเปื้อนเปรอะไปด้วยฝุ่นผงจนสีขาวขุ่นมัว
ไรผมเปียกโชกเพราะหยาดเหงื่อที่ซึมชื้นเหนือผิวหนังแทบทุกส่วนเพราะความร้อนของสายลมเย็น?
หรือเพราะความหวาดกลัวกันแน่....
เสียงคำรามของสัตว์ใหญ่เบื้องหน้าดังกลบทุกสรรพสิ่ง ลมแรงจากการหายใจเป่ารดหน้าผากมนจนคาซึยะต้องถดตัวหนี...ทั้งร่างสั่นเทาเมื่อราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ขยับเข้าใกล้...
.....ไม่........
ริมฝีปากบางขยับเป็นคำนั้น หากแต่ไร้ซึ่งเสียงใดๆให้ร่างตรงหน้าได้ยิน
ความกลัวแผ่ตัวออกกว้างโอบล้อมร่างเล็กไว้ไม่ต่างจากสองแขนเล็กที่กอดตัวเอง
ดวงตาเรียวสบประสานกับดวงตาสีเหลืองสุกปลั่งไร้ซึ่งความหวาดกลัวเพียงเพราะต้องการให้ร่างตรงหน้าได้รู้ถึงความรู้สึกที่ตนมี คาซึยะเห็นแววอ่อนแสงของมันเพียงชั่ววินาทีก่อนที่ความเด็ดเดี่ยวแข็งกร้าวจะเข้ามาแทนที่ดังเดิม....
ร่างตรงหน้าขยับเข้าใกล้เขาเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดแล้วต้นไม้ใหญ่ที่แผ่นหลังบางสัมผัสคือจุดจบของทางออก....เมื่อไร้ซึ่งทางหนีคาซึยะจะทำอะไรได้
มือเรียวสั่นเทาขณะยื่นออกไปเพื่อสัมผัสปลายจมูกเย็นชืดของสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่....คาซึยะลูบใบหน้านั้นแผ่วเบาก่อนโถมตัวเข้ากอดเป็นครั้งสุดท้าย...แต่ความตั้งใจไม่เป็นดั่งที่หวังเมื่อราชสีห์สะบัดร่างจนคาซึยะล้มลงกับพื้นก่อนร่างสูงใหญ่นั้นจะลับหายไปกับพุ่มไม้ใหญ่
เปลือกตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นรวดเร็ว ลมหายใจเข้าออกถี่กระชั้น ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นถี่รัวปวดจนต้องยกมือขึ้นทาบไว้....
เสียงนกร้องประสานกันฟังลื่นหู....แสงอ่อนของรุ่งอรุณลอดผ่านผ้าม่านบ่งบอกเวลาเช้าตรู่.....ผ้าห่มเลื่อนลงไปกองแถวเอวความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำงานของมันอย่างดีเยี่ยม ทั้งที่อากาศเย็นจนแทบจะเรียกว่าหนาวหากแต่ความอุ่นจากอ้อมกอดกระชับโอบล้อมร่างของคาซึยะไว้อย่างทนุถนอม
อาคานิชิ จิน หลับตาพริ้มไม่ต่างจากเด็กน้อยที่กำลังฝันดี....
ตรงข้ามกับคาซึยะที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย.....
ฝันร้ายงั้นหรือ ?
เขาจะเรียกว่าฝันร้ายได้จริงหรือ?.......
ร่างบางผละตัวจากอ้อมกอดนั้นแผ่วเบา....คว้าหมอนข้างที่อยู่ใกล้ๆยัดใส่เรียวแขนนั้นทันทีที่ร่างสูงเริ่มรู้สึกตัวและไขว่คว้าหาร่างนุ่มมือ.....ผ้านวมผืนใหญ่ที่ลงไปกองเกือบปลายเตียงกลับมาอยู่บนร่างของจินอีกครั้ง....
คาซึยะมองภาพนั้นเป็นนานก่อนจะละสายตาเพื่อทำธุระของตัวเอง
หากคาซึยะจะหันมามองอีกซักครั้ง....
คงเห็นรอยยิ้มอบอุ่นจากคนที่นอนอยู่เป็นแน่....
..............................
......................
............
โต๊ะอาหารวันนี้เปี่ยมไปด้วยอาหารสร้างคุณประโยชน์....แต่มันไม่ค่อยสร้างความถูกใจให้แก่คาซึยะเท่าไหร่นัก...ฝีมือพี่ชายเขาอร่อยเสมอ แต่จะดีมากถ้าเอาพวกมะเขือเทศออกไปให้พ้นจากเมนู
เรียวจังประจำที่ของตัวเอง กอดอก และยิ้มร้ายส่งมาให้....ถ้าถ้วยข้าวไม่อยู่ในมือพี่ชายล่ะก็....คาซึยะยืนยันได้เลย....เจอยูเอฟโอแบบใหม่แน่
หันไปขอความช่วยเหลืออีกหนึ่งคน เอ๊ะ หรือจะเรียกว่าตัว.....เจ้าขนฟูอุดมไขมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันเดินไปหาพี่ชาย กระโดดขึ้นบนโต๊ะอาหารและนั่งเชิดคออยู่ข้างคนที่ยืน หนวดหกเส้นกระดิกสองสามที คาซึยะเห็นดวงตาเจ้าขนฟูเป็นประกาย มองดีๆละม้ายโปสเตอร์หนังอะไรซักเรื่องที่มีแมวเจ้าเล่ห์เป็นตัวเองและชายหนุ่มหน้าหล่อแบบโหดๆเป็นเจ้าของ
ถ้วยข้าววางอยู่ตรงหน้า....พยายามอย่างยิ่งยวดในการใช้ตะเกียบเขี่ยไอ้ซีกสีแดงเละๆนั่นออกแล้วควานหาหมู...ยังไม่ทันคีบได้ถึงจานมะเขือเทศเน่า (คาซึยะเรียกมันอย่างนั้นเพราะมันเละๆเหมือนเน่ามาแรมเดือน) วางโปะอยู่บนจาน.....
“กินเข้าไป”
“ไม่!!!”
“บอกให้กินไงเล่า....มันมีประโยชน์นะ”
“บอกว่าไม่ไงเล่า!!!!!!!!!!!”
และแล้ว...ศึกสายเลือดก็เริ่มขึ้นอีกครั้งโดยมีขนฟูคอยเชียร์ (เรียวจัง) อยู่ข้างๆโต๊ะอาหาร
มื้อเช้าผ่านไปด้วยความยากลำบาก....
แล้วคุณคิดว่าใครชนะ.....
เหอะ!
ถ้าไม่ชนะไม่ต้องมาเรียกว่า คาเมนาชิ คาซึยะ เลยเถอะ
.....................
.................
............
สำหรับวันที่อากาศสบายๆสดใสขนาดนี้....จะให้มานั่งอ่านการ์ตูนอยู่ในห้องก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป....คาซึยะยังง่วนอยู่กับโน้ตบุคของตัวเอง....แต่จินเบื่อเจ้าการ์ตูนหน้าตาปัญญาอ่อนนี่เต็มทนแล้ว....
“คาซึยะ.....” ลองเรียกดู....ร่างตรงหน้ายังนั่งนิ่ง
“คาซึยะครับ....” มีเสียงตอบกลับในลำคอแผ่วเบา
อาคานิชิจินใช้โหมดอ้อนขั้นสูงแบบที่สาบานได้ว่าชาตินี้ไม่เคยทำกับใคร และไม่คิดจะทำถ้าคนๆนั้นไม่ใช่ตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนคนนี้....
ผลตอบแทนของการอ้อนเป็นไปดังคาดแต่บิดเบือนนิดหน่อยตรงที่จินต้องกลับไปอยู่ในกระเป๋าเป้เป็นครั้งที่สอง.....ในมือเรียวมีกล่องบรรจุอาหารว่างสำหรับสองคนก่อนที่เขาจะแย่งมาถือทันทีที่พ้นมุมถนนลับสายตาพี่ชายหน้าโหดของคาซึยะขนฟูก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป....
คาซึยะแวะทักทายมาเอะจังสองสามประโยค ไม่รู้ว่าเธอได้ฟังคนตัวเล็กพูดหรือเปล่าเพราะตลอดเวลาเธอมองเพียงคนตัวสูงที่ยืนข้างคนน่ารักมากกว่า....
การสนทนาจบลงรวดเร็วทันใจจิน....เห็นหน้ามาเอะจังแล้วก็นึกเสียวสันหลังวาบๆ
คาซึยะเลือกนั่งตรงริมแม่น้ำสายเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่....ไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาแบบนี้จะไม่มีใครเดินผ่านไปมาเลยซักคน...อาจเป็นเพราะมันอยู่ด้านหลังของโรงเรียนอนุบาลด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจจินสนก็เพียงแค่ว่า.....ปลอดคน....
อย่าคิดว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีนะ.....ก็แค่อยากอยู่เงียบๆกับคาซึยะเท่านั้นแหละ
“อะไรกัน....ขี้โกงชะมัด” เสียงใสตัดพ้อแบบนั้นทันทีที่จินล้มตัวลงใช้ตักนุ่มแทนหมอน ร่างสูงหลิ่วตาเย้ยคนที่มองมุมไหนก็น่ารักก่อนจะโดนฝ่ามือนุ่มฟาดลงบนท้องเต็มแรง....จุกอยู่เหมือนกันแต่มันก็หายเป็นปลิดทิ้งตอนที่แซนวิชฝีมือคาซึยะจ่ออยู่ตรงมุมปาก....
“อากาศดีจังเลยเนอะ....” คนน่ารักเปรยเบาๆ ดวงตาคู่สวยทอดมองแม่น้ำที่ไหลเอื่อย.....ลมเย็นกระทบผิวเนื้อหอบเอากลิ่นหอมอ่อนๆต้องโสตประสาทชวนให้เคลิ้มหลับ
คาซึยะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกจากด้านหน้าของกระเป๋า พลิกดูปกหน้าหลังสองสามรอบก่อนจะเปิดเอาหน้าที่คั่นไว้ออก.....
“อ่านให้ฟังหน่อยสิ”
“หืม???”
“คาซึยะอ่านให้ฟังหน่อยนะ นะๆๆๆ” คนตัวเล็กอมยิ้มน้อยๆก่อนเริ่มอ่านด้วยเสียงโทนต่ำน่าฟังเป็นที่สุด....ทุกถ้อยคำถูกเรียงร้อยด้วยน้ำหมึกก่อนถ่ายทอดเป็นคำนุ่มหู....เสียงของคาซึยะแผ่วเบาลงเรื่อยๆก่อนจะจางหายไปในที่สุด....
หนังสือเล่มหนาถูกวางไว้ข้างกัน....คาซึยะลูบผมคนที่หลับไม่ได้สติแผ่วเบา.....ลมหายใจทอดเอื่อยเป็นจังหวะผ่านเนื้อผ้าบางเมื่อคนตัวสูงเลือกจะฝังปลายจมูกไว้กับผิวเนื้อนุ่มตรงหน้าท้องของเขาเท่านั้นจะยังไม่พอ...เมื่อเรียวแขนตวัดกอดร่างเล็กไว้เหมือนกับเด็กๆกลัวตุ๊กตาหายอย่างนั้น....
รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับบนใบหน้าหวาน....ก่อนมันจะจางลงช้าๆ
คาซึยะสอดมือเข้าในช่องด้านหน้าของกระเป๋าเป้อีกครั้ง หากแต่หนังสือที่หยิบติดมือออกมาเป็นปกกำมะหยี่สำดำคุ้นตา....แต่ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็ไม่คุ้นใจซักที....
มันเป็นหนังสือที่คาซึยะใช้เวลาอ่านนานที่สุดเลยก็ว่าได้....เพราะนอกจากต้องเก็บอย่างมิดชิดแล้วยังต้องแอบอ่านไม่ให้จินเห็นอีกด้วย.....หน้าที่ถูกคั่นไว้จึงยังไม่ถึงไหน....
หากแต่นึกย้อนไปถึงเนื้อเรื่องที่ได้อ่านมาข้างต้น....หยาดน้ำใสก็คลอรื้นขึ้นมายากนักจะสกัดกั้นมันไว้....ปลายนิ้วเรียวปาดมันออกจากหางตาก่อนจะเริ่มอ่านอีกครั้ง....แต่ยังไม่ถึงหนึ่งย่อหน้าเขาก็ต้องปิดมันลง....
คาซึยะปัดปอยผมที่ปิดใบหน้าหล่อเหลานั้นออกแผ่วเบา.....
ถ้า อาคานิชิ จิน ที่อยู่ตรงนี้คือความจริงก็ดีสินะ.....
ถ้าคนที่กำลังหลับใหลอยู่ตรงนี้ ทุกเรื่องราวที่ผ่านมา....ทุกการกระทำ....
ถ้ามันไม่ใช่การหลอกลวงคงดีไม่น้อยเลย....
ฉันไม่รู้เลยจิน....ทุกสิ่งที่นายทำ....ออกมาจากใจหรือหน้าที่บีบบังคับ.....
เรื่องราวในอดีตจะถูกแก้ไขอย่างนั้นหรือ...แล้วอะไรคือความถูกต้อง
สองตระกูลที่ไม่ลงลอยกัน....ระหว่างมนุษย์กับสัตว์....ความโลภไม่รู้จักพอ จุดจบมันอยู่ตรงไหน....
แล้วฉันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะจิน.....
ฉันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของพวกนาย.....เกี่ยวอะไรกับประวัติศาสตร์....
นายถึงต้องมาล้อเล่นกับความรู้สึกของฉันแบบนี้
คาเมนาชิ คาซึยะ คนนี้...ผิดมากเลยอย่างนั้นหรือ?
คาซึยะก้มลงจูบบนเรือนผมนุ่มนั้นแผ่วเบาก่อนที่คนตัวสูงจะขยับตัวไปมา...ไม่นานนัก เปลือกตาทั้งสองนั้นก็เปิดขึ้นช้าๆ
อ้อมกอดกระชับแน่นพร้อมกับเสียงแหบทุ้มพึมพำให้ได้ยินแผ่วเบา
“ไม่มีอัฟเตอนูนคิสหรือครับ”
“มีที่ไหนกันเล่า....”
“งั้นเรามาทำให้มีกันมั้ย....” คาซึยะหัวเราะน้อยๆสองมือประคองใบหน้าหล่อคมนั้นไว้ก่อนแตะจูบกับริมฝีปากอิ่มสีซีดนั้นแผ่วเบา....
“แบบนี้หรือเปล่า อัฟเตอนูนคิสน่ะ” เชื่อได้เลยว่าตอนนี้อาคานิชิจินยังไม่ได้สติดูได้จากลูกแก้วใสที่จับจ้องคาซึยะนิ่ง
“อะ อะไรกัน คาซึจังขี้โกงนี่.....” โอดครวญเข้าไปเถอะ อย่าคิดว่าคาซึยะจะยอมให้เป็นครั้งที่สอง
“ขี้โกงอะไร....มีหลักฐาน??”
“หลักฐานน่ะไม่มีหรอก แต่ถ้าจะกรุณาอัฟเตอนูนคิสอีกซักครั้ง...รับรองว่ามีหลักฐานบนตัวนายแน่” เจ้าเล่ห์ที่หนึ่งมั้ยล่ะ
“ขอโทษทีนะ....แต่ตอนนี้.....หมดโปรโมชั่น!!” เคยเห็นคนหล่อเหวอมั้ย....มาดูได้ตรงหน้าคาซึยะเนี่ยแหละ
เรื่องราวระหว่างคนสองคนดำเนินไปช้าๆ...แต่ละวินาทีคือความสุขที่คนๆหนึ่งต้องการเก็บเกี่ยวมันเอาไว้....ความสุขที่แท้จริง มองข้ามความหลอกลวง....
ช่วงเวลาดำเนินไปตามครรลองของมันเฉกเช่นความรักที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย...
ความรัก.....ที่เกิดขึ้นจากคนสองคน
หรือความรัก....ที่เกิดขึ้นจากคนๆเดียว
คำตอบของความปวดร้าวที่ถูกกลบทับด้วยเสียงหัวเราะคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดใช่หรือไม่
ความฝันแสนหวานกับความขมขื่นของความจริง ควรเลือกสิ่งไหน
หากความรักแปลเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง...จะทำอย่างไร
“คาซึยะชอบอ่านหนังสือมากเลยหรือ?”
อาคานิชิจินเอ่ยถามหลังจากป้อนแซนวิชเข้าปากตัวเองเป็นคำสุดท้าย เมื่อร่างเล็กตอบว่าใช่ รอยยิ้มน้อยๆก็ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มนั้นทันที
“ฉันรู้จักหอสมุดที่นึง....อยากไปมั้ย”
หอสมุดที่นายว่า....ใช่หอสมุดใหญ่ของตระกูลอาคานิชิหรือเปล่า.....
ถ้าใช่ล่ะก็...
“ไปสิจิน”
มันคงถึงเวลาแล้ว...ที่ฉันต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงซักที
TBC.
ติดตามพาร์ท 10 ต่อด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกๆคอมเม้นมากกกกกๆๆๆๆๆ
มิ้นท์ต้องขอโทษด้วยนะคะที่บางคำอาจเขียนผิด
ยังไงก็ขอบคุณมากๆที่ช่วยบอกนะคะ
ไม่งั้นแย่เลย
พาร์ทนี้เฉลยอะไรเยอะอยู่เหมือนกัน
กระจ่างขึ้นบ้างมั้ยคะ
ถ้ายังพาร์ทหน้าห้ามพลาดนะ (ฮ่าๆๆๆ)
ฝากติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
วันศุกร์ที่ 10 เมษา เจอกันนะคะ
RomanDra